Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH
ใครเจอปัญหา

Cannot start Microsoft Office Outlook. Cannot open the Outlook window.


เอาท์ลุคมีปัญหาอย่างงี้ แก้ไม่ยาก

แล้วอย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ เพราะว่ามันอาจแก้ได้ง่ายๆ
เพียงกด Start --> Run --> แล้วก็พิมพ์ Outlook.exe /resetnavpane
ซึ่งเป็นคำสั่ง reset บางแถบที่มัน error อยู่ให้ครับ เปิดมา พวก favorite folders จะหายไป แล้วก็ต้องมาเซทกันใหม่เองนะ

แต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็ตัวใครตัวมันครับ :P
ลองหาจากอากู๋เกิ้ลเอาต่อไปละกันนะคับ

ใช้ได้จริงมั้ยฝากบอกด้วย
source: http://www.mybungkan.com/index.php?topic=606.0

1.เสื้อผ้าสีขาวที่เริ่มจะกลายเป็นสีเหลือง สามารถแก้ไขได้โดยใช้เปลือกไข่ป่นละเอียด ใส่ลงไปในอ่างแช่ผ้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงซัก


2. เสื้อผ้าที่ขึ้นราเล็กน้อย ขจัดคราบโดยรีบนำผ้าที่ขึ้นราใหม่ๆ ซักในน้ำสบู่ร้อนๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ / ให้บีบมะนาวลงไป แล้วแช่ผ้าไว้ในผงซักฟอกสักครู่ จึงซักผ้าตามปกติ


3.เสื้อผ้าที่เปื้อนรอยสนิม ขจัดคราบโดยนำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน บีบน้ำมะนาวลงไปบนรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงนำไปซักตามปกติ


4.เสื้อผ้าที่เลอะคราบเบียร์ ขจัดคราบโดยซักในน้ำเย็นทันที หรือใช้แปรงจุ่มน้ำเย็น แปรงตรงรอยเปื้อนทันที


5.เสื้อที่เลอะคราบน้ำมันรถ (น้ำมันเครื่อง) ขจัดคราบโดยใช้มะนาวถูบริเวณที่เปื้อน จนรอยเปื้อนจางลง แล้วจึงนำไปซัก


6. เสื้อผ้าที่เลอะคราบครีม เนย น้ำมัน ขจัดคราบโดยนำแป้งที่ใช้สำหรับทาตัวมาโรย ใช้กระดาษทิชชู หรือกระดาษบางอื่นๆ วางทับ นำเตารีดที่มีความร้อนพอสมควร ทับบนกระดาษ จนแป้งดูดคราบออกจนหมด แล้วจึงนำไปซัก


7.เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือด ขจัดคราบโดยนำนมข้นทาทันที ทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปขยี้น้ำออก


8.เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ ขจัดคราบโดยใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำสักเล็กน้อย จนแป้งข้นๆ ถูเบาๆ เมื่อแห้งจึงปัดฝุ่นออก


9. เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดฝังแน่น ขจัดคราบโดยใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำเย็น ที่ผสมเกลือจนชุ่ม ถูเบาๆ จนรอยค่อยๆ จางลง แล้วใช้น้ำเปล่าถูอีกครั้ง สุดท้ายใช้ทิชชูซับน้ำให้แห้ง


10.เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบกาแฟ ขจัดคราบโดยใช้แป้งข้าวเจ้าถู แล้วซักได้ตามปกติ


11. เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบชอกโกแลต ขจัดคราบโดยรีบนำไปแช่น้ำอุ่นทันที ที่เปื้อน อาจใช้น้ำยาขจัดคราบฝังแน่น ช่วยด้วย จากนั้นนำไปซักแห้ง


12. เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำตาเทียน ขจัดคราบโดยใช้ก้อนน้ำแข็งขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด จากนั้นจึงใช้กระดาษ ประกบบริเวณที่เปื้อนทั้ง 2 ด้าน แล้วใช้เตารีดอุ่นๆ รีดทับ จนน้ำตาเทียนซึมออกม าติดกับกระดาษ


13.เสื้อผ้าที่เลอะ โคลน ขจัดคราบโดยปล่อยให้โคลนแห้ง ใช้แปรงปัดออก ซักด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้ง จนไม่มีน้ำโคลนออกมา จึงซักด้วยผงซักฟอก


14.เสื้อผ้าที่ เปื้อนคราบน้ำชา ขจัดคราบโดยรีบเทน้ำเดือด ลงบนรอยเปื้อนบนผ้า ที่ยังเป็นรอยใหม่อยู่จนสีจางลงแล้ว รีบนำไปซักทันที ให้ซักในน้ำอุ่นกับสบู่ ถ้ายังไม่ออก ให้ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ด แล้วจึงซัก


15.เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำผลไม้ น้ำมันพืช ขจัดคราบโดยให้ขึงผ้าที่เปื้อนบนปากถัง เทน้ำเดือดลงตรงรอยเปื้อน แล้วจึงซัก


16. เสื้อผ้าที่เลอะน้ำมันขัดเงา ขจัดคราบโดยใช้ฟองน้ำชุบทินเนอร์ทาบริเวณที่เปื้อนในขณะที่ยังเปียกอยู่ ใช้น้ำยาซักผ้า ขยี้ตรงรอยเปื้อนทันที นำมาแช่ในน้ำอุ่น แล้วรีบซักทันที


17. เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำมันดิบ ขจัดคราบโดยขูดน้ำมันดิบ ที่ติดอยู่ออกด้วยมีดที่ไม่คม แล้วถูด้วยน้ำมันสน หรือน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้น้ำเด็ดขาด)


18.เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบ น้ำส้มสายชู ขจัดคราบโดยผสมแอมโมเนีย 1 ช้อนชา ในน้ำ 2 ถ้วย (ครึ่งลิตร) แล้วแช่ 2-3 นาที ล้างออกแล้วซักตามปกติ


19.เสื้อผ้าที่เลอะคราบ น้ำหมาก น้ำหมึก ขจัดคราบโดยก่อนซักให้นำเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบน้ำมะนาว ลงไปให้ชุ่ม ผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน จึงค่อยนำไปซัก


20.เสื้อผ้าที่เลอะกาว ขจัดคราบได้โดย ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้อน นำมาแช่ในน้ำเย็น แล้วซักตามปกติ


21. เสื้อผ้าที่เลอะขี้ผึ้ง ขจัดคราบได้โดย วางกระดาษซับบนรอยเปื้อนแล้วกดด้วยเตารีดที่ร้อน เปลี่ยนกระดา จนกระทั่งไขทั้งหมดถูกดูดซับไปหมด ถ้าเป็นผ้าที่บาง หรือผ้าไหม ให้ใช้กระดาษทิชชู และเตารีดที่เย็นกว่า


22.เสื้อผ้าที่เลอะไข่ ขจัดคราบได้โดย ผสมน้ำยาซักผ้ากับน้ำอุ่นซัก
23. เสื้อผ้าที่เลอะคราบเหงื่อ ขจัดได้โดย ซักด้วยน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย หรือน้ำมะนาว / แช่ผ้าไว้ในน้ำยาซักผ้าที่ทำให้เจือจางในน้ำ จากนั้นซักได้ตามปกติ / ละลายแอสไพริน 2 เม็ดลงในน้ำ แล้วแช่ผ้าไว้สักครู่ จึงซักตามปกติ


24. เสื้อผ้าที่เลอะหมึกแห้ง ขจัดคราบได้โดย ใช้สเปรย์ฉีดผมฉีดตรงรอยนั้น ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอย่างละเท่ากัน เช็ดให้แห้งแล้วนำไปซัก


25.เสื้อผ้าที่เลอะหมึกจีน ขจัดคราบได้โดย ให้ฝนหัวผักกาดขาวห่อด้วยผ้ากอซ ถูจนรอยเปื้อนจาง แล้วซักตามปกติ


26. เสื้อผ้าที่เลอะคราบหมากฝรั่ง ขจัดคราบได้โดย ขูดยางหมากฝรั่งออกด้วยสันมีดแล้วใช้น้ำแข็งถูเพื่อให้ยางนั้นแข็งตัว ค่อยๆ แกะออก แล้วใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ด นำไปซักในน้ำสบู่อ่อน


27.เสื้อผ้าที่เลอะสีอีมัลชั่น ขจัดคราบโดยแช่หรือซับรอยเปื้อนที่ยังใหม่อยู่ด้วยน้ำเย็น จากนั้นซักตามปกติ


28.เสื้อผ้าที่เลอะสีน้ำมัน ขจัดคราบโดยใช้น้ำมันเบนซินเช็ดรอยเปื้อนให้ชุ่ม แล้วใช้น้ำมันสนเช็ดอีกที จากนั้นซักตามปกติ


29. เสื้อผ้าที่เลอะสีเคลือบเงา ขจัดคราบโดยซับที่รอยเปื้อนด้วยน้ำมันสน หรือผสมแอมโมเนีย กับน้ำมันสนในอัตราส่วนที่เท่ากัน แช่ผ้าไว้จนกระทั่งรอยเปื้อน ละลายออก จากนั้นซักในน้ำสบู่


30.เสื้อผ้าที่เลอะสีปากกาเมจิก ขจัดคราบโดยถูด้วยน้ำมันสน แล้วนำไปซัก


31.เสื้อผ้าที่เลอะคราบปากกาลูกลื่น ขจัดคราบโดยใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยเลอะจางลง แล้วจึงนำไปซัก


32.เสื้อผ้าที่เลอะคราบดินสอ ขจัดคราบโดย ใช้ยาสีฟันป้ายลงบนรอยดินสอแล้วขยี้


33. เสื้อผ้าที่เลอะลิปสติก ขจัดคราบโดยใช้มันเปลวหมูทาตรงรอยเปื้อน หรือใช้น้ำมันหมูทา แล้วจึงซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือใช้ผงซักฟอกขาว โรยตรงรอยเปื้อนแล้วขยี้ แล้วจึงซักตามปกติ / ใช้วาสลินถูตรงรอยเปื้อน แล้วนำมาซักตามปกติ / นำมาแช้ไว้ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 1 คืน จะทำให้รอยลิปสติกหาย


34.เสื้อผ้าที่เลอะยางหญ้า ยางดอกไม้ ขจัดคราบโดยนำมาซักในน้ำสบู่ที่ข้นและร้อน ถ้ายังไม่ออกให้ใช้สารฟอกขาวช่วย


35.เสื้อผ้าที่เลอะยางกล้วย ขจัดคราบโดยใช้มะนาวที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้อน ที่เป็นคราบดำ แล้วรีบนำมาซักทันที


36. เสื้อผ้าที่เลอะยาทาเล็บ ขจัดคราบโดยซับที่รอยเปื้อนด้วยน้ำยาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาด จนกระทั่งรอยเปื้อนจางลง (ควรลอง หยดน้ำยาล้างเล็บลงผ้าก่อน)


37.เสื้อผ้าที่เลอะยาแดง ขจัดคราบโดยเช็ดรอยเปื้อนด้วยแอมโมเนีย หรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำ


38.เสื้อผ้าที่เลอะมัสตาด ขจัดคราบโดยใช้น้ำส้มสายชูถู แล้วรีบนำไปซัก


39. เสื้อผ้าที่เลอะคราบปัสสาวะ ขจัดคราบโดยให้ซับที่รอยเปื้อน ด้วยแอมโมเนียเจือจาง หรือเบคกิ้งโซดา แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วซักได้ตามปกติ

Blog EntryMar 27, '09 8:42 PM
for everyone
ในที่สุดก็ได้บวชแล้ว Smiley
จะทำดี จะทำดี จะทำดี


อนุโมทนาและขออโหสิกรรมให้กับกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม
ที่ไม่ดี ทั้่งตั้งใจและไม่ตั้งใจด้วยนะเพื่อนๆ

บวชเสาร์ 28 มีนาคม 52 ที่วัดเทพศิรินทร์
เริ่มปลงผมเวลา 12.30 น. เสร็จสิ้นพิธีทั้งหมดน่าจะประมาณบ่าย 2 โมง
จำวัดที่วัดเทพศิรินทร์ ประมาณ 1 อาทิตย์
แล้วย้ายไปจำวัดที่วัดป่าภูริทัต อีกประมาณ 3 อาทิตย์ รวม 1 เดือน

แผนที่
วัดเทพศิรินทร์
 
http://maps.google.com/maps?f=q&source=s_q&hl=en&geocode=&q=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C&sll=13.723419,100.476232&sspn=0.800446,1.455688&ie=UTF8&ll=13.742845,100.519538&spn=0.025012,0.04549&z=15
GPS
N 13 44.824'
E100 30.838'


วัดป่าภูริทัต
 
http://maps.google.com/maps?f=q&source=s_q&hl=en&geocode=&q=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%95&sll=14.101949,100.512199&sspn=0.099893,0.247192&ie=UTF8&ll=14.1161,100.534515&spn=0.099887,0.181961&z=13
GPS
N 14 5.254'
E 100 30.448'

หลังจากเมื่อวานที่มีงานเลี้ยงที่บริษัทซึ่งเจอcombination สุดโหดเข้าไป คือ เตกีล่า red และไวน์ ผสมรวมกันให้กินหนึ่งแก้วใหญ่เต็มๆ
บวกกับชนไวน์ ชนเตกีล่า ตลอดงานทำเอามึนสุดๆ แต่ก็ยังลากสังขารกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย

เวลา 23.00น. ของวันที่ 26 คือเวลาที่กลับถึงบ้าน...รู้ตัวแต่ว่าถอดกางเกงล้างเท้าแล้วก็นอนนนนนนทันที
เวลา 2.00น. ของวันที่ 27 ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พร้อมกับการสร่างเมา และอึดอัดที่ไม่ได้อาบน้ำก่อนนอน
(ก่อนจะไปต่อ ขอกระซิบบอกว่า เตกีล่านี่มันดีจิงๆ กินแป๊บเดียวเมา ไม่เปลืองมิกซ์ ตื่นแล้วไม่แฮงค์555)
จัดแจงอาบน้ำเรียบร้อย พร้อมกับตาที่สว่างขึ้นมาตามน้ำที่ยังคงเย็นอย่างสม่ำเสมอมาตลอดหน้าหนาวนี้
มีช้อยส์ให้เลือกไม่มากนักสำหรับเวลาที่เหลืออยู่สำหรับค่ำคืน

เวลาประมาณตีสามจึงเริ่มเปิดnodameภาคยุโรปดูให้จบ หลังจากค้างไว้เหลือแค่สองชม.
comment เกี่ยวกะnodame คงไม่ขอพูดถึง เพราะว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะเขียน
ดูจบก็คิดละว่าจะเอาไงต่อ ทิ้งตัวลงไปนอนหรือหาทางสนุกกะเวลายามเช้าที่ยังเหลืออยู่

ลากยาวมาก็หลายย่อหน้า ซึ่งอ่านๆดูแล้วแม่งก็ไม่ได้เกี่ยวไรกะเนื้อหาที่จะเล่าเลย
ซึ่งก็คือจะไปไหนให้ไกล กรุงเทพดีก่า
หลายๆครั้งเรามักจะบอกกันว่าไปต่างจังหวัดพักผ่อน ดูพระอาทิตย์ขึ้น สูดอากาศบริสุทธิ์
แหกขี้ตาตื่นกันขึ้นมาแต่เช้า นอนกันดึกๆเฮฮาปาร์ตี้
จนบางครั้งเรากลับลืมไปว่ากรุงเทพมันก็ทำได้เหมือนกันนี่หว่า
ซึ่งถ้าตอนนี้กิมถามว่ามีใครบ้างเคยตื่นเช้าๆเพื่อชม ชีวิตของกรุงเทพ
มันอาจจะกลายเป็น Unseen Bangkokไปเลยก็ได้เหมือนกันนะ

หลังจากคิดได้อย่างข้างต้นแล้ว
ไม่คิดไรมาก เดินสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น(ชุดนอน) ลากสังขารขึ้นรถไปพร้อมกะมือถือป่วยๆหนึ่งเครื่อง
ในหัวก็คิดว่าจะไปไหนดีหว่า...จะขับวนๆไปไหนเพื่อจะได้เห็นอะไรที่ปกติเราไม่เห็นจากกรุงเทพฯมั่ง

จนแล้วจนเล่า คิดอะไรไม่ออกก็เลยขับๆมันไปก่อน
รู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่เยาวราช วิ่งไปออกสนามหลวง ขึ้นทางยกระดับปิ่นเกล้าซะงั้น
ทางเส้นนี้สำหรับคนที่เคยไปคงจะทราบกันดีกว่าเป็นทางยกระดับที่มีความยาวววววมากๆ(12กม.มั้ง)อันนึงเลย มันก็เลยเป็นถนนเส้นที่ชอบวิ่งมากๆเส้นนึง วิ่งได้ยาวๆ มีไฟถนนให้เห็นเป็นเส้น...ขับแล้วก็ผ่อนคลายดีชะมัด

วิ่งไปออกยันศาลายารอเวลาพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็วนๆรถกลับมาราชดำเนิน
(น้ำมันเริ่มถูกถึงทำงี้ได้นะเนี่ย - -")

ถ่ายรูปทั้งหมดด้วยกล้องมือถือ ไม่ต้องลงจากรถ เน้นสบายๆ ถ่ายชิวๆ
ทำให้รู้ว่า กรุงเทพมันก็มีดีนะ มีมุมสวยๆเยอะเหมือนกันในตอนเช้า
ได้เห็นชีวิตของเมืองกรุงเทพยามเช้าว่าเป็นยังไง
คนออกมาเตรียมของหรือว่าดำเนินชีวิตยังไงบ้าง
ภาพบางภาพเราก็ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้เลยว่าเป็นยังไง
การเปลี่ยนนาฬิกาชีวิตตัวเองบ้างบางครั้ง
มันก็ทำให้เรามองเห็นอะไรได้มากขึ้นเหมือนกันนะ


ไว้วันไหนที่ตื่นเช้า(หรือไม่ได้นอน)ก็คงจะไปอีกแน่นอน:)





ไม่ชอบทักษิณ เห็นด้วยกับอุดมการณ์ พธม. แต่ไม่ชอบวิธีการกระทำเลย
แล้วถึง พธม. ไม่ยึดสนามบิน ผลการตัดสินก็ออกมาแบบนี้อยู่แล้ว
แล้วพวกคุณจะยึดสนามบินจนเค้าต้องสั่งปิด ทำไมครับ
รู้สึกสมเพชพันธมิตร ที่ประกาศชัยชนะ ทำเหมือนเป็นผลงานของตัวเอง

ไม่ใช่ว่าไม่เคยฟัง พธม. เลยนะ ผมก็ฟัง อย่างตอนที่นายเทอดศักดิ์
ขึ้นเวที ผมก็ฟัง ฟังยาวจนยันเช้า แต่ฟังมาจนจบมีแต่คำกล่าวอ้าง
ไม่มีการโชว์หลักฐานขึ้นมาสักชิ้น คนที่อยู่เบื้องหลังพธม ทำอะไรอย่า
คิดว่าคนอื่นไม่รู้ ให้ความจริงเปิดเผยมาเมื่อไหร่ ได้ช็อคกันทั้งประเทศ
แต่มันไม่สมควรก็เท่านั้น


พธม. ทำก็เสียหายไว้ก็ไม่เกี่ยวกับคำตัดสินคดียุบพรรคของศาลให้ออกมาในรูปแบบนี้ และก็ไม่ได้เกี่ยวกับที่ พธม.ปิดสนามบินหรือยึดทำเนียบ เพราะถึงไม่ปิดสนามบินหรือไม่ยึดทำเนียบศาลก็ต้องตัดสินอย่างยุติธรรมแล้ว อาจจะออกมาในรูปแบบไหนก็ได้ และนี่ศาลได้ตัดสินอย่างยุติธรรมที่สุดแล้ว แต่ก็ต้องเป็นที่รู้กันและยอมรับว่า การกระทำของพันธมิตรเป็นการขัดขวางการดำเนินของรัฐบาลไม่ให้กระทำการแก้ไข รธน.สำเร็จได้ระดับหนึ่งแต่หลังจากนี้ถ้ายังเลือกระบอบทักษิณเข้าสภาก็จะ เป็นแบบเดิมอีก และเรื่องที่ประเทศชาติได้สูญเงินไปมันก็อีักเรื่องหนึ่ง แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับปิดสนามบินอยู่ดี
คุณไปชุมนุมกันที่อื่นแล้วก็ประกาศชัยชนะกันก็ยังได้
http://i449.photobucket.com/albums/qq217/inferno-2008/A7274773-0.jpg?t=1228246858
ข่าว
ข่าว
ขอถาม หน่อย
**แสนกว่าล้าน ที่เสียหายไปเนี่ย ใครจะมา รับผิดชอบ ?
**ประเทศ สุดอันตราย อันดับ 7 มืงจะ เอาคืนมายังไง ?
**ชีวิตที่เสียไป  ความรุ้สึกของคนที่เสียไป จะชดใช้ ยังไง ?
**โอกาสครั้งเดียวของคนบางคนคุณจะชดใช้ ยังไง ?
**โอกาสที่คนบางคนจะได้เจอหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย จะชดใช้ ยังไง ?
**ของส่งออกที่เสียหาย พวกจะช่วยเค้ายัง ?
**ธุรกิจ ที่เสียหาย เป็นหนี้ โดนฟ้อง จากการปิดสนามบินเนี่ย พวกคุณจะให้เค้าทำยังไง? 

อย่ามาบอกนะว่าเรื่องเล็กน้อย กู้ชาติ สำคัญกว่า ลองคิดว่าเป็นตัวเองบ้างสิ

**ถ้าคุณต้องบินกลับประเทศมาเพื่อมาเฝ้า แม่ที่อยู่ ICU กำลังจะผ่าตัดแล้วคุณกลับมาไม่ได้เนี่ยคุณจะรู้สึกยังไง
    เค้าต้องเสียสละชีวิต แม่ตัวเองเลยไหม

**ถ้าคุณต้องส่งของให้ลูกค้า ไม่ทันกำหนดเพราะปิดสนามบิน แล้วโดนฟ้องเป็นจนหนี้เนี่ย คุณจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย
    อยู่ ๆ คนอื่นต้องมาล่มจม หมดเนื้อหมดตัวเค้าจะทำยังไง ลองเป็นคุณ พธม บ้างละ จากคนดี ๆ ไม่มีหนี้สิน อยู่ ๆ โดนฟ้องจนมีหนี้เป็นล้านเนี่ย

**ธุรกิจโรงแรม สร้างตึกใหม่เพิ่งเสร็จ นักท่องเที่ยวไฮซีซัน จองจนเต็ม แต่แล้ว ก็โดนยกเลิกจนไม่เหลือ
    เค้าจะหาเงินทุนหมุนเวียนได้จากไหน เงินที่กู้สร้างโรงแรมอีกละ ไม่ใช่ว่าคุณเลิกยึดแล้วนักท่องเที่ยวจะกลับมาสักหน่อย hi-season ไม่มีอีกแล้วสำหรับประเทศนี้

**คนที่มีอาจโอกาสครั้งเดียวใน ชีวิต เพื่อที่ไปตามฝัน ได้ทุน ไปแข่งขัน ไปสัมภาษณ์งาน ไปหาคนที่รักหรือไปดูใจใครบางคนที่อาจได้เจอกันเป็นครั้งสุด ท้าย
    แล้วไม่ได้ไปเนี่ย ถ้าเป็นพวกคุณ เคยตามความฝันบ้างไหม ความฝันที่จะเป็นจริง แล้วพังลงต่อหน้าเนี่ย มีความรุ้สึกกันบ้างไหม

**คนป่วยที่ต้องการสั่งยา ด่วนจากต่างประเทศแล้วยามาถึงวันที่ปิดสนามบินพอดี ส่งยาออกมาไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบชีวิตเค้า
    ที่ชิวิตของพวก พธม. เองยังสำคัญนักหนาเลย

นึกถึงคนอื่นบ้างนะ ประเทศอยู่ได้เพราะมีประชาชน ถ้าไม่มีประชาชนอยู่ มีผื่นแผ่นดินร้าง ๆ ไปก็ไม่เป็นประเทศหรอก

จะชุมนุมด้วยจุดประสงค์อะไรก็เรื่องนึง ธุระอะไรเงินภาษีพวกเราต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าซ่อมที่พวกคุณไปทำลายด้วย
เหตุผลในการชุมนุมไม่ใช่ข้ออ้างเอามาทำลายข้าวของนะ กดดันรฐบาล ก็ไม่ใช่เหตุผลมาปิดสนามบิน มันกดดันประชาชนมากกว่า
ทำประเทศเสียหายแล้วไม่ใช่มาบอกว่า
"พันธมิตรฯ พร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ และไม่ได้คิดหนี แต่ไม่มีเงินจ่าย"
แถมยังขอไม่ให้เอาผิดกับพวกตัวเองอีก ถามหน่อยว่านึกถึงคนที่เค้าเดือดร้อนจากการกระทำพวกคุณบ้างไหม

มันไม่ต่างอะไรกับการทำลายชาติ โดยการอ้าง กู้ชาติ

ถ้ารัฐบาลหรือเหลี่ยมผิดจริง พวกคุณก็ต้องมีหลักฐานเอาไปฟ้องเค้าที่ศาลนู่น ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายแบบนี้
เอาเสื้อเหลืองของคนไทยคืนมาได้แล้ว คนไทยทุกคนก็อยากใส่เสื่อเหลืองเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน
ไม่ใช่เพื่อให้ถูกตราหน้าว่าเป็น พธม.





fwd.นี้ใครเป็นคนเขียนก็ตาม อยากบอกว่า เขียนได้ตรงใจที่อยากบอกมากเลยขอเอามาแปะไว้ตรงนี้หน่อย
ถ้านี้เป็นตาหมากนึง ก็ต้องบอกได้เลยว่าเป็นตาหมากที่โคตรพลาดเลยของพันธมิตร
เอาไรคิดก็ไม่รู้...มีแต่เสียไม่มีได้



มีข่าวฝากประชาสัมพันธ์ (ออกมานานแล้วตั้งแต่ 14 สิงหาคม) อยู่ในช่วงการทดลองนะครับสำหรับปีนี้

- เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจไปเที่ยวชม และพักแรมที่  ปางอุ๋ง เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ทำให้สถานที่ดังกล่าวเกิดความแออัด  และไม่สะดวก  ทั้งเรื่องห้องพัก จุดกางเต็นท์  รวมไปถึงห้องน้ำ ที่ไม่เีพียงพอต่อความต้องการ

- อีกทั้งจากการที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ซึ่งก็เป็นทหาร หน้าที่หลักก็คือ ดูแลความสงบเรียบร้อยของชาวบ้าน และพื้นที่ในแถบนั้นเป็นหลัก และมีจำนวนเพียงไม่กี่นาย  ทำให้ยากต่อการดูแลสถานที  รวมทั้งการจัดการขยะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนทิ้งไว้

- เพื่อจะรักษาปางอุ๋ง ไว้ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของแม่หลวงของเรา ในปีนี้ ทางศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลโดยตรง  จึงได้มีการจัดระเบียบการเข้าเยี่ยมชม และเข้าพัก สถานที่ดังกล่าวด้วยการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปยัง ปางอุ๋งดังนี้

1. ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะ เข้าพัก หรือ เที่ยวชม ปางอุ๋ง จะต้องติดต่อขอรับบัตรอนุญาต ที่ศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน (ในตัวเมือง) ก่อนเท่านั้น  หากท่านไม่มีบัตรอนุญาต จะไม่สามารถขึ้นไปยัง ปางอุ๋งได้

2. กรณีนำเต็นท์ไปเอง ก็ต้องไปรับบัตรอนุญาตเพื่อใช้เป็นบัตรผ่านที่ ศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน (ในตัวเมือง) อีกเช่นกัน

3. กรณีต้องการจองเกสต์เฮ้าส์ หรือเต็นท์พักแรม (ของโครงการฯ) ต้องไปชำระเงินที่ ศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน (ในตัวเมือง)   พร้อมทั้งรับบัตรอนุญาตเพื่อใช้เป็นบัตรผ่านทางเพื่อจะขึ้นไปยัง ปางอุ๋ง เช่นกัน

4. กรณีต้องการบ้านพัก และเกสต์เฮ้าส์ริมทะเลสาบเต็ม ทางศูนย์ฯ จะจัดให้ท่านเข้าพักเกสต์เฮ้าส์ของชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรวมไทยให้

5. หากไม่ได้พักแรมที่ปางอุ๋ง แต่ต้องการเข้าไปเที่ยวชม ก็ต้องไปรับบัตรอนุญาตก่อนเช่นกัน และจะไม่อนุญาตให้เข้าไปในหมู่บ้านรวมไทยก่อนเวลา 09.00 น.

6. ต้องติดต่อขอรับบัตรที่ ศูนย์ศิลปาชีพ จ.แม่ฮ่องสอน ก่อนเวลา 17.00 น.

7. กรณีจองเกสต์เฮ้าส์ไว้ แล้วไม่สามารถเข้าพักได้ในวันที่จอง ทางศูนย์ฯ  จะไม่คืนเงิน แต่จะให้เลื่อนวันเข้าพักได้ (กรณีที่ห้องว่าง) ภายใน 3 เดือน

8. จุดตรวจบัตรอนุญาต จะมี 2 จุด จุึดแรกคือบริเวณทางเข้าหมู่บ้านนาป่าแปก (ห่างจากโครงการประมาณ 10 กม.) และจุดที่สองคือ ทางเ้ข้าหมู่บ้านรวมไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 053-611244

ที่มา: www.ilovepai.com

เอาจากชาวบ้านมาอีกที ขอบคุณคุณเอ๋ครับ
http://aejungz.multiply.com/journal/item/13/13?replies_read=4



ขาดไปอีกเล่มนึงที่ซื้อ "คอกาแฟ(coffeemania)" พอดีเอาไปทิ้งไว้ที่ออฟฟิศแล้ว
(เอารูปตัวเองมาใช้ละ ถ่ายจากออฟฟิศมา)

ปีนี้จัดว่ามาแปลก เพราะว่าปกติซื้อหนังสือจากสัปดาห์หนังสือทีไรจะออกแนวบริหาร ปรัชญา จิตวิทยาทั้งนั้น
แต่ปีนี้ออกแนวชิวๆ การ์ตูนซะเยอะ

แล้วก็เป็นหนังสือของ องอาจ ชัยชาญชีพตั้งสามเล่ม....หยิบๆๆๆมาโดยแทบไม่คิดเลยอ่ะ ชอบงานเขียนเค้าโคตร
อย่างการ์ตูนหัวแตงโมนี่ชอบมาก อ่านมาตั้งแต่เล่มหนึ่ง จนตอนนี้มาเล่มสี่ แล้วก็มี phenomenon[e]อีกเล่มด้วย
คนเขียนเค้าเขียนมาให้มีข้อคิดไรหลายอย่างดี นับว่าเจ๋ง แนะนำๆ ลองหาอ่านกันดูนะ
แล้วก็มี"ความน่าจะแมว" ยังไม่ทันอ่าน แต่ก็น่าจะสนุก

หนังสือที่เหลือหลายๆเล่มก็เป็นพวกหนังสือความรู้ด้านอื่นๆทั่วไป
เช่น ชา กาแฟ การทำอาหาร...ไม่ได้คิดอยากจะทำ แต่อยากอ่านสนุกๆมีความรู้มากกว่า
ไว้ตอนหลีสาวแล้วกินกาแฟหรือชาจะได้ยืดได้ ว่ากรูมีความรู้ ห้าห้าห้า


ใครได้ไปงานมาก็เอามาแชร์ๆกันบ้างนะว่ามีหนังสือไรดีๆมั่ง
แล้วมีเล่มไหนแนะนำป่าว

ปล. hesheit << แม่งป่วยว่ะ ซื้อมาทำไมไม่รู้ตั้งสองเล่ม

วันนี้ได้มีโอกาสไปนั่งชิวๆฟังเพลงแจ๊ส ที่ร้านบราวน์ชูก้า
ต้องขอบคุณแอ้ที่พาไปรู้จักร้านที่แบบว่าแจ๊สจ๋าขนาดนี้ ซึ่งสำหรับเราแล้วก็เวิร์คๆใช้ได้เลยล่ะ
ไม่เคยพยายามในการฟังแจ๊สขนาดนี้ ปกติถ้าจะฟังก็เปิดฟังจากคอม นั่งชิวๆ ทำงานหรือขับรถ
ถ้าฟิลที่ชอบที่สุดก็คือตอนงานแจ๊สเฟส ที่นั่งฟังชิวๆกลางสนามหญ้า พร้อมลมเย็นเอื่อยๆ แล้วก็ทิ้งตัวลงบีนแบคเนี่ยแหละใช่เลย (ง่าาาา ปลายปีนี้เจอกัน:D)

ไปวันนี้เพื่อนของแอ้ก็ขึ้นเล่นด้วย(เล่นเปียโน)
ในวงที่วันนี้กิมไปเจอก็จะมีทั้งหมด สี่คน
คนแรกเล่นเครื่องที่เหมือนไวโอลินใหญ่ๆ เป็นเบส
คนที่สองก็เล่นเปียโน
คนที่สามกลอง
และคนที่สี่ก็แซคโซโฟน
ตอนเล่นก็ improvise กันสดๆ มีเจ๋งบ้าง หลุดบ้างตามสมควร

ความจริงของการฟังเพลงแจ๊สอย่างนึงคือ...ถ้าเกิดว่าคุณฟังไม่เป็นแล้วล่ะก็
มันเหมือนกับการเอาคุณไปขังกรงในห้องที่มีเสียงหนวกหูน่ารำคาญอย่างรุนแรง

ซึ่งคนที่เคยโดนมาแล้ว คงไม่ปฎิเสธหรอกเนอะ ว่ามันเกินจริง
ที่พูดได้เพราะว่าก็เคยโดนมาแล้ว 555+

แต่ต้องบอกว่าโชคดีหน่อยที่เริ่มแก่แล้ว หัวมันก็เลยเปิดต่อเพลงพวกนี้มากขึ้นมั้ง
เริ่มซึมซับความเพราะจากจังหวะ การสอดประสานของเสียงจากแต่ละเครื่องเล่น
เช่น เวลาที่เบส กลอง เล่นเป็นแบคกราวน์ แล้วให้เปียโนเป็นพระเอก ก็จะได้ฟิลนึง
หรือเวลาที่แซคจะขอหล่อบ้าง เปียโน เบส กลองก็ต้องหลบให้ ก็จะได้อีกฟิลนึงเหมือนกัน
ผลัดกันเป็นพระเอกกันคนละทีสองที
แต่ความงามมันคงอยู่ที่ตอนคนเป็นพระเอกเนี่ยแหละ จะเห็นเค้าสนุกเอนจอยเต็มที่
ไปกับการเล่นเป็นพระเอกของเค้าตอนนั้น
และไอ่ตอนนี้แหละที่คนจะรำคาญกันมาก...คำถามที่เกิดขึ้นมาประจำคือ มึงเล่นห่านไรอยู่วะเนี่ย
ซึ่งไม่ต้องคิดนะว่ากิมแม่งฟังรู้เรื่องด้วยเหรอ คำตอบคือ "ไม่" ว่ะ
จิงๆแล้วเค้าจะเล่นให้มันเพราะๆคนฟังทั่วไปสนุกเค้าก็ทำได้นะ
แต่เหมือนกับเค้าต้องการเล่นในแบบที่เค้าต้องการเล่นมากกว่า มันเลยอาจไม่ค่อยเข้าหูของคนที่เพิ่งฟังใหม่ๆได้
แต่ว่ากิมก็ยังสนุกไปกับการละเลียดฟังเสียงของเครื่องเล่นต่างๆเล่นเป็นจังหวะ
ให้หัวสมองไม่ต้องคิดไรมาก ลอยๆไปตามจังหวะเสียงเพลงที่เค้าเล่นมาก็พอละ
สังเกตได้จากหัว ตัว และเท้าจะคอยขยับไปตามเสียงจังหวะ ตุ๊บๆๆๆ
ถ้าเกิดว่าจำเป็นต้องไปฟังเพลงแจ๊สโดยที่ไม่อยากไปเท่าไหร่นัก ก็ลองขยับๆตัวด้วย
มันจะช่วยให้เราสนุกได้มากขึ้นเล็กน้อย อิอิ
ถ้าวันไหนโชคดีหน่อย วงที่ขึ้นเล่นไม่เล่นเพลงแจ๊สหนักๆ ก็จะได้เจอเพลงที่แบบว่าจะตลาดๆหน่อย
ที่แบบว่าคนฟังไม่เป็นเข้าไปฟังก็ยังเอนจอยได้น่ะ(จะนึกภาพตามได้มั้ยหว่า) อันนี้ก็จะถือเป็นโบนัส
เพราะว่าตัวกิมเองก็ยังฟังแบบหนักสุดๆไม่ได้เหมือนกัน


สรุป...รวบรัดตัดความ วันนี้ไม่ได้มาสอนการฟังดนตรีแจ๊ส เพราะว่าก็ฟังไม่ค่อยจะเป็นเหมือนกัน
แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์การไปฟังแจ๊ส และการฟังแจ๊สส่วนตัวว่าฟังไปได้ยังไง
และก็ขอquote คำพูดจากรุ่นพี่คนนึงตั้งแต่สมัยม.ต้นที่ทำให้เราชอบพวกเพลงบรรเลงไปเลย
"เพลงบรรเลงมันมีเสน่ห์ของมันคือ ไม่มีการยัดเอาเนื้อหาใส่หัวของคนฟัง
อารมณ์ของคนฟังตอนนั้นเป็นยังไง เนื้อร้องมันก็ขึ้นมาเองแหละ"


ถ้าคิดได้ประมาณนี้ก็คงจะเอนจอยไปกับการฟังแจ๊สกันมากขึ้นล่ะนะ
ลองนั่งแบบหัวโล่งๆ ดูคนเล่นดนตรียิ้มหน้าบานตอนเล่น และฟังเสียงที่มีรับมีส่งสนุกๆที่ลอยมา
เอ้อ แค่นี้มันก็ทำให้เราหายเครียดจากความเหนื่อยล้ามาทั้งวันได้แล้วล่ะ
แต่ไม่ว่าจะฟังดนตรีแบบไหน อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เรามีทางผ่อนคลายได้เพิ่มมากขึ้นอีกทางแหละนะ
ถ้าใครมีแนวไหนน่าสนใจและหาแนวร่วมฟังบอกได้...อยากลองอีกหลายๆแบบอยู่เหมือนกันคับ

ขอให้แฮปปี้กับการฟังเพลงกันทุกคนนะ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม

สวัสดี



แผนที่ของบราวชูก้า
http://tinyurl.com/brownsugar



Blog EntryOct 4, '08 10:59 PM
for everyone
อยู่ดีๆเมื่อวาน(4ตค.)อาโกก็มาชวนไปเดินเล่นตลาดโรงเจ
ซึ่งกินเจมาก็หลายปีละ แต่ดันไม่เคยที่จะไปมาก่อนแถมอยู่ใกล้บ้านนิดเดียว
เลยเอาวะ ไปซะหน่อย

ภาพเซทนี้จะ่ป่วยๆเพราะว่าplaygroundอีกแล้ว
(เพิ่งเจอวิธีตรวจแล้วก็แก้ว่าทำไง เซทต่อๆไปคงไม่มีสีเพี้ยนแล้ว)

คนเยอะมากกกก
คนขายของตามสองข้างทางอย่างกะงานวัด ทั้งที่ทางก็เล็กนิดเดียว
เลยทำให้คนดูเยอะและคึกคักเป็นพิเศา


ร้านอาหารนี่ต้องต่อคิวกันตลอด คนเยอะจัดๆ นุ่งขาวห่มขาวกันมากินเลยทีเดียว


ภาพบริเวณศาลเจ้า เป็นลานใหญ่ๆ คนเยอะมากๆ จุดธูปกันเต็มไปหมด
คงสงสัยสินะ ว่าอย่างงี้ไม่ร้อนตายเหรอ
ไม่ร้อน...อากาศกำลังโอเคเลย คงเป็นเพราะว่าช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว
ประกอบกับอยู่ติดแม่น้ำด้วย


ด้านบนมีโคมกระดาษไรห้อยแขวนอยู่เต็มไปหมดก็ไม่รุ
วิตอบให้ด้วยดิ มันคือไรวะ


แล้วก็มีงิ้วมาแสดงให้ดูอีกด้วย ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว


คนมาดูดันตึ้ม


พามาดูกันทั้งบ้าน


มีจุดธูปจุดเทียนกันเต็มไปหมด แต่ละอันใหญ่ๆทั้งนั้น
วิ ตอบให้กรูด้วยนะ จุดไมวะ Grin


เดินดูๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนกลับก็ซื้อตุ๊บตั๊บกลับไปฝากปาป๊าซะหน่อย
ร้านนี้ร้านดังมาอยู่มาเป็นสิบปีแล้ว(จากคนที่บอกเล่าให้่ฟัง)


ดูจำนวนคนต่อคิวซื้อได้ เยอะมากกกกก



สรุป มางานนี้ได้ของกินติดไม้ติดมือกลับมาเต็มไปหมด
อร่อยๆทั้งนั้น คิดแล้วก็...อร่อยกว่าไปแด๊กเยาวราชอีกนี่หว่า
แต่ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่ความน่ารักของคนเดิน :P
ที่นี่จะมีพวกสกอยส์เดินเยอะเหมือนกันมั้ง เท่าที่ดู
แต่ก็มีหมวยๆ เสปกหนุ่มๆบ้าง
เรียกว่าคิดไม่ผิดเลยนะเนี่ยที่ไปเดินโรงเจวันนี้
ได้อาหาร ขนม ผู้หญิงติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย Shocked

ดูเซทเต็มๆ พร้อมแผนที่ได้ที่
http://www.pg.in.th/photos/883


Blog EntryOct 4, '08 12:52 AM
for everyone
เดือนตุลาคมนี้ มีงานเทศกาลดีไซน์แจ่มๆจัดขึ้นอีกครั้ง ลากยาวตั้งแต่วันที่ 14 - 26 ตุลาคมนี้เลย
ลองเข้าไปดูได้ที่เวปที่ให้เลยครับ
ใครสนใจไปวันไหนก็บอกกันได้นะ เผื่อขอแจมด้วย :D
http://www.bangkokdesignfestival.com/2008/main.php


ABOUT
ทุกๆ เดือนตุลาคมของประเทศไทยเริ่มจะเกิดภาพลักษณ์ใหม่ๆ นอกเหนือไปจากเดือนที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองหลายๆครั้งในประวัติศาสตร์ ในช่วงหลังมานี้มีกิจกรรมเกี่ยวกับงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น เป็นประจำและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้าของกรมส่งเสริมการส่งออกอย่างงาน BIG+BIH ที่ใครๆต่างก็คุ้นเคยกันดี ปีนี้จัดกันตั้งแต่ 14-19 ตุลาคม หน่วยงานที่ไม่เคยหลุดซีนอีกแห่งก็คือ TCDC ปีนี้เอา Creative Unfold ไปเปิดหัวก่อนตั้งแต่ 1-5 ตุลาคม แล้วค่อยตบท้ายด้วยเทศกาลปล่อยแสง ที่ลากยาวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนโน่นเลย ส่วน เทศกาลออกแบบบางกอกในปีนี้ เราก็ยังจับมือกับสองหน่วยงานข้างต้น ผลักดันกรุงเทพฯให้เต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ ในสถานที่จัดงานหลากหลายพื้นที่ เริ่มจากจิม ทอมป์สัน ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกทม. สยามดิสคัฟเวอรรี่ สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน เทศกาลออกแบบบางกอก มีลักษณะคล้ายกับงานบุญแบบไทยๆ ที่เกิดจากมวลหมู่ญาติมิตรนำของมาร่วมงาน ที่เป็นปัจจัยก็ไม่น้อย ที่เป็นแรงงานก็มาก ยิ่งเป็นเรื่องน้ำใจยิ่งล้นหลาม กรุงเทพฯอาจไม่เหมาะจะเป็น design hub ของโลกหรือของภูมิภาคนี้เมื่อเทียบกับเมืองที่มีศักยภาพพร้อมสรรพกว่าอย่าง โตเกียว โซล สิงคโปร์ หรือฮ่องกง แต่มันก็มีเสน่ห์ในตัวของตัวเอง ที่คนทำงานสร้างสรรค์หลงใหลได้ไม่ยากนัก เทศกาลนี้เป็นเรื่องของคนที่เชื่อในสปิริตของงานดีไซน์มารวมตัวกัน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน พอจบงานแล้วก็แยกกระจายไปทำมาหากิน ถึงปีหน้าก็กลับมาแจมกันอีก มันอาจไม่ใช่เรื่องการเมืองใหม่ หรือไอเดียใหม่อะไรในการจัดงานๆหนึ่งขึ้นมา แต่วิถีบ้านๆแบบนี้แหละ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันได้ในสังคมมานานแสนนานแล้ว

ไปดูgallery ของปีที่แล้วกัน
Bangkok Design Festival 200710-21

ใครที่มีปัญหาที่เวลา Firefox หยุดเล่นหลังจากเล่น youtube หรือวีดิโอไปไม่กี่วินาที
แสดงว่าคุณมีปัญหาเดียวกะผมแล้วล่ะ

วันนี้กระผมมีวิธีแก้มาเสนอ...ปิ๊งงงงงง
วิธีนี้ถ้าหากว่าขยันๆgoogleหน่อยก็จะเจอทางแก้ต่างๆนาๆว่ามาจากการที่ใส่plug-in หรือaddonอะไรหรือเปล่า
แต่คำตอบที่ง่ายๆคือเอาflash 9ออกซะด้วยแอปนี้ Revo Uninstaller. ซึ่งจะดูดเอาflashออกอย่างหมดจด

อ่าว แล้วจะเล่นflashยังไงฟระ...ก็install เข้าไปใหม่ดิ ด้วยเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า และแก้ปัญหาแล้ว
นั่นคือ flash 10 beta สำหรับ Windows และ Mac.

วิธีนี้อาจจะไม่การันตีสำหรับทุกๆเคสนะคับ แต่มันก็น่าจะเวิร์คๆในระดับนึงเลย
แต่ขี้เกียขก็ใช้วิธีแสนจะง่าย แค่restart เจ้าหมาย่าง firefoxซะใหม่ ก็สามารถเล่นได้แล้วคับ
(อาจจะเซ็งเล็กน้อยตอนเปิดขึ้นมาหลายๆหน้าต่างแล้วต้องมานั่ง restart)

ทางเลือกอื่นๆ
บางคนก็แนะนำให้ใช้ ie tab ซึ่งจะทำการเปิดieในหน้า firefox (งงมะ เอาเป็นว่าใช้ได้ละกัน)
https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/1419
โหลดaddonมาใส่ firefox แล้วเมื่อไหร่เจอหน้าวิดีโอก็เปลี่ยนไปใช้ ie tabก็จบ

หรือจะกลับไปใช้ ie ที่ไม่ค่อยจะมีปัญหา :P ก็ได้นะ เอ้อเดี๋ยวนี้มี chrome มาให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแล้วด้วยนิ ขอให้มีความสุขกับการดูวีดิโอคับ


comment: ตอนหาข้อมูลอ่านๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีreplyนึงจากuserเขียนมาได้น่าคิดมา
"ตอน ie มีปัญหานี้ทุกคนบนโลกด่ามันแทบจะต้องกลับเข้าท้องแม่ แต่พอไอ่หมาย่างตัวนี้มีปัญหาที่หนักๆบ้างกลับไม่มีคำด่าเหมือนกับเป็นเรื่องปกติ น่าหัวร่อจิงๆ"
แต่อย่างไรก็ดีนายคนนี้เค้าใช้ หมาย่างนะคับไม่ใช่สาวกie


source of info: http://news.cnet.com/8301-17939_109-9978341-2.html?tag=nl.e501

บันทึกเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทย
หลังจากหมี่แซวว่าไป มัฆวานป่าว ก็คิดขึ้นมาได้ว่า เฮ้ย เรายังไม่เคยไปเลยนี่หว่า
ไม่เกี่ยวว่าเราเชียร์ใครนะ แต่มันเกี่ยวกะว่าไม่เคยไปเลยซักครั้งทั้งๆที่เป็นเหตุการณ์สำคัญอันนึงเลย นะ
ฉะนั้นก็จัดไปละกัน


เริ่มจาก หน่วแพทย์จัดตั้งของพันธมิตร


มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย


มัคคุเทศก์ พันธมิตร!! มันต้องมีด้วยเรอะ Shocked


อันนี้ของเด็ด ตุ๊กตาบาร์บี้กู้ชาติ Shocked


มีการแยกทิ้งขยะด้วยนะเนี่ย


ณ เวทีใหญ่พันธมิตร สังเกตได้ว่า มีการก่อสร้างอะไรพวกนี้ไว้ดีมาก จนไม่น่าเชื่อ


ตึกไทยคู่ฟ้า...วันนี้กลายเป็นไรไปแล้ว& lt;br>

ชักรูปไว้เป็นที่ระลึก


มีอาหารให้กินฟรี


มีใบประกาศนียบัตรขายด้วย พร้อมพรีเซนเตอร์หน้าเดิมที่ชุบตัวเรียบร้อย


มือตบที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า(น่าเสียดาย ไม่มีมือของ...มาเทียบ)


หมดแค่นี้ละ จิงๆมีบางภาพที่ไม่ได้คัดมาให้ดูนะ ลองเข้าไปดูเต็มๆที่ playgroundของกิมละกันนะ
http://www.pg.in.th/photos/883



สำหรับคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจภาษากันเท่าไหร่ว่า "มึงอย่ามาเกรียน"นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่
ลองมาดูใบประกาศนียบัตรของเหล่าเกรียนกันเลยจ้า



หวังว่าคงทำให้ลุงๆป้าๆที่ผ่านมาอ่านเข้าใจภาษาวัยรุ่นกันมากขึ้น :D

เคยเปลี่ยนหมอนกันบ้างไหม?? หรือว่าใช้หมอนมาตั้งแต่ชาติที่แล้วก็ไม่เคยเปลี่ยนไม่เคยสนใจมันเลย
รู้หรือเปล่าว่าการใช้หมอนนั้น ควรซักปลอกหมอนทุกๆอาทิตย์หรือสองอาทิตย์
และมีการแนะนำกันว่าควรเปลี่ยนหมอนทุกหกเดือนถึงหนึ่งปี จะให้มากก็ไม่น่าเกินสองปี
เพราะว่าหมอนนั้นเป็นส่วนที่ใกล้ชิดกับหัวเรามากที่สุด และมีโอกาสสะสมของเชื้อโรคมากที่สุดที่นึงด้วย
ฉะนั้นควรต้องมีการทำความสะอาด ดูแล หรือเปลี่ยนหมอนอยู่เสมอเพื่อการนอนที่มีประสิทธิภาพ
รู้อย่างงี้แล้วก็มาดูกันดีกว่าว่าเราจะเลือกหมอนอย่างไรให้ถูกใจและเหมาะสมกับเรามากที่สุด

(ถ้ายังไม่คิดจะซื้อตอนนี้ก็ bookmarkไว้ละกันเผื่อวันนึงอยากเปลี่ยนขึ้นมาก็จะได้กลับมาอ่านได้)

1.ดูลักษณะการนอนของตัวเองก่อนว่าเป็นคนนอนท่าไหน นอนหงาย นอนคว่ำ หรือตะแคงข้าง โดยดูจากท่าเวลาตื่น หรือให้ง่ายที่สุดคือถามคนที่นอนด้วย (ลำบากหน่อยสำหรับคนที่นอนเหงาเปล่าเปลี่ยวคนเดียว T^T)

2.เลือกร้านเครื่องนอนที่ใหญ่ โดยที่ห้างสรรพสินค้าก็เป็นที่ที่น่าไปเป็นที่แรกๆเนื่องจากจะมีของหลากหลายยี่ห้อรวมกันให้เลือกมากมายหลายแบบ หลายราคา หรือบางครั้งอาจไปร้านขายเฉพาะเครื่องนอนซึ่งจะมีหมอนแบรนด์ดีๆที่ห้างไม่นำมาขายเหมือนกัน

3.เลือกหมอนที่เหมาะกับท่านอนของคุณโดยที่หมอนแต่ละใบมักจะมีการเขียนบอกไว้ว่าเหมาะสำหรับคนนอนท่าไหน เช่น นอนหงาย(back) นอนคว่ำ(stomach) นอนข้าง(side) โดยที่คนนอนข้างนั้นจะต้องการหมอนที่มีความหนาพิเศษ เนื่องจากท่านอนข้างนั้นระยะของหัวถึงเตียงจะมีมาก ทำให้หมอนต้องมีความหนาเพียงพอที่จะรองรับคอและหัวของเรา และหมอนที่มีความนุ่มมากๆนั้นจะเหมาะสำหรับคนนอนคว่ำและหงายเนื่องจากหมอนมีการยุบตัวสูง และสำหรับคนที่มีอาการภูมิแพ้ก็ให้หาป้ายที่ว่า "hypoallergenic"ด้วยนะ ซึ่งจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

4.หมอนบางประเภทนั้นอาจมีการออกแบบมาให้มีรูปร่างโค้งมนเพื่อเหมาะกับสรีระของร่างกายเรา หรือที่จะมีป้ายเขียนไว้ว่า contour pillow แต่สำหรับคนที่นอนตะแคงข้างแล้ว มักจะมีปัญหาเรื่องความพอดีของระยะหมอน แต่ยังไงก็ดีถ้าเกิดว่ามีหมอนประเภทนี้อยู่ในสต๊อกของให้เลือกแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเสียเวลาเลยที่จะพิจารณามันซักหน่อยนะ

5.เมื่อเลือกได้หมอนในใจซักชุดนึงแล้วก็ให้เอามาลองซะหน่อยก่อนซื้อโดยให้เลือกเตียงที่จะทำการนอน อย่านอนลงไปบนพื้นเนื่องจากพื้นจะไม่มีการยุบตัวลงเหมือนเตียงเรา ฉะนั้นให้เลือกเตียงที่มีการยุบตัวใกล้เคียงกับเตียงที่บ้านเรามากที่สุดไว้ก่อน

6.หลังจากซื้อมาแล้วก็ให้เอากลับมาทดลองที่บ้านอีกครั้งให้มั่นใจว่าหมอนที่ซื้อมานั้นเหมาะกับเราจริงๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วร้านขายหมอนเหล่านี้จะรับคืนสินค้าหลังจากซื้อไปหากไม่พอใจ ซึ่งแต่ละร้านจะมีนโยบายคืนของไม่เหมือนกัน ให้เช็คให้ดีก่อนทำการซื้อด้วย และเมื่อนอนไปได้ซักคืนสองคืนแล้วรู้สึกสบายก็นั่นแหละ คุณได้เจอหมอนในดวงใจแล้ว

7.ข้อสำคัญ อย่าดูราคาก่อนที่จะทำการซื้อหมอน ให้ดูหมอนที่เราชอบและเหมาะกับเราที่สุดก่อน เพราะการนอนหลับพักผ่อนนั้นมีผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งวัน การมีหมอนดีๆซักใบ ต่อให้ต้องจ่ายแพงหน่อยก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆแล้วล่ะ

ขอให้ได้หมอนที่ถูกใจ เพื่อการนอนอย่างมีความสุขทุกคนครับ
ส่วนตัวกิมตอนนี้...ขอลองหมอนใบใหม่ก่อนล่ะว่าเวิร์คขนาดไหน :P

references:
http://www.ehow.com/how_2000353_choose-a-pillow.html
http://answers.yahoo.com/question/index;_ylt=Ahy_DkfEUtvQPof6hr01xCkjzKIX;_ylv=3?qid=20070801203340AA18WDW


Blog EntrySep 11, '08 4:26 AM
for everyone
ดูกันก่อน ว่า twitter คืออะไร

ถ้าสนใจแล้วก็ไปที่ twitter.com กันแล้วสมัครได้เล้ย

ปัญหาที่เจอทั่วไป
ฟังภาษาอังกิดไม่ออกเฟ้ย ขอ subtitleหน่อยเด่ะ??
-เชิญเลยที่นี่ http://tinyurl.com/twitter-sub จัดให้แล้วนะ เล่นด้วยล่ะ
เล่นยากอ่ะ ต้องเข้าเวปมาเล่นตลอดเลยเหรอ ทำไงให้เล่นง่ายๆได้มะ??
- เล่นผ่านมือถือก็ยังได้ ไปที่เวป m.twitter.com ก็สบายแฮ updateได้เกือบตลอดแล้ว
ค่าใช้จ่ายก็จิ๊บๆ ไม่เยอะเลยของแก้เบื่อชั้นยอดระหว่างรถติด รอแฟน กินข้าว นั่งขี้ ฯลฯ รับรองหายเหงาแน่นอน
หรืออีกอย่างนึงไม่อยากเสียตังค์คือเสียบปลั๊กเข้าหมาย่าง(firefox) โดยใช้ twitterfox ได้เลย
เหมาะสำหรับพวกที่วันๆนั่งอยู่หน้าคอมตลอด ไหนๆก็ไม่ได้คุยกะใครแล้วก็อ่านtwitterชาวบ้านเค้าเอาละกัน
โหลดกันได้เลย(plug-in)ที่นี่ https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/5081
หรือถ้าไม่ชอบก็searchหาคำว่า twitterได้เหมือนกัน จะมีplug-inอีกหลายๆแบบให้เลือกอีกเช่นกัน
เท่านี้ระหว่างการเล่นเนทผ่านหมาย่างก็จะได้เล่น twitterร่วมด้วยแล้วววว
คนเล่นกันเยอะขนาดไหนฟระ
-ถ้าทั่วโลกก็หลายล้านคนมากๆแล้วล่ะ แต่ในเมืองไทยก็ยังไม่ถือว่ามาก แต่application นี้เค้าว่ากันว่าจะเป็นที่นิยมแน่นอนในอนาคต...ฉะนั้นไม่อยากเชยก็รีบเล่นซะ!!! 555+ (โฆษณาชวนเชื่อสุดๆ)


แล้วมาaddกิมด้วยนะ @iGimme ;)

สงสัยไรถามมาได้ จะตอบให้เท่าที่รู้เลยจ้า


สวัสดีครับ สำหรับคนที่ใช้Photoshop CS3คงจะเคยเจอปัญหานี้กันมาแล้วใช่ไหมครับ คือกล่องที่ขึ้นมาแบบนี้ เวลาที่เราเปิดใช้งานBrushบ้าง Historyบ้าง ฯลฯ

ตามไปดูวิธีแก้กันได้ที่นี่เลยครับ
http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?t=179275

ส่วนคนที่ใช้วิสต้านะคับ ต้องมีลูกเล่นเพิ่มเติมอีกนิดเพราะว่าโปรแกรมที่เค้าใช้มันสำหรับXP

AppLocale Error in Vista

กระโดดไปดูที่ http://www.mydigitallife.info/2007/05/26/workaround-to-install-microsoft-applocale-utility-in-windows-vista/ กันได้เลยคับ


จากนั้นก็ไม่มีไอ่เจ้าบั็คบ้านี้ให้กวนใจอีกแล้วคร้าบบบบบ

รวบรวมแหล่งทำบุญทั้งหลาย
กำจัดอีกเหตุผลที่ว่า อยากทำดี อยากบริจาค แต่ไม่รู้ว่าจะไปทำที่ไหน

ไว้เจอบทความดีๆ ที่จะกำจัดเหตุผลที่ว่าไม่มีเวลา แล้วจะเอามาลงนะ :P

source: fwd.mail from paron
subject: ขอทำดีครึ่งปีหลัง

วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนมิถุนายน
ซึ่งเป็นเดือนที่ 6 ของปี จริงๆแล้วหากนับแต่ปีใหม่เป็นต้นมา
อาจมีใครหลายคนที่ยังไม่ได้ทำบุญทำทาน สร้างเสริมผลบุญกัน
แต่อย่าลืมเสียว่า การทำบุญนั้นเราสามารถทำได้ไม่จำกัดเวลา และ
หากใครอยากได้ผลบุญก็ต้องสร้างเองไม่มีซื้อขาย หรือที่เราคุ้นหูกันว่า
"ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง" ถ้าอย่างนั้นมาดูกันดีกว่าว่า
เราสามารถทำบุญอะไรกันได้บ้าง

1.บริจาคอวัยวะ
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
ติดต่อ 0-2256-4045-6 / Hotline 1666
    หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่มีจิตเมตตา
และ อยากที่จะทำบุญครั้งใหญ่ในชีวิตหลังจากที่ร่างกายของตนเองหมดลมหายใจแต่บาง ส่วนในร่างกายของเรายังสามารถช่วยต่อชีวิตให้กับผู้อื่นได้



2.บริจาค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า
และอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กและผู้ที่ด้อยโอกาส
    การได้ให้ทานโดยการบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ให้แก้ผู้ที่ด้อยโอกาสนั้น
ตามหลักพระพุทธสาสนานั้นท่านได้ว่าไว้ว่า "ย่อมส่งผลให้
ผู้ที่มีจิตกุศลนั้น มีสติปัญญาดี ในชาติภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียว มีปัญญา
ได้มีโอกาสศึกษาต่อเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม"

มูลนิธิเด็ก
ติดต่อ
95/24 หมู่ที่ 6 ซอยกระทุ่มล้ม18 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73220
โทรศัพท์ : 0-2814-1481-7
โทรสาร : 0-2814-0369

มูลนิธิกระจกเงา
ติดต่อ
นางสาวรัชนีวรรณ สุขรัตน์ (แอน) เจ้าหน้าที่โครงการกองทุนเสื้อผ้ามือสอง
มูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงราย
โทรศัพท์ : 0-5373-7412 ต่อ 23  หรือ 08-9771-7357 หลังเวลา 18.00 น.

โครงการเสื้อผ้ามือสอง เพื่อชาวบ้านเกษตรกรรม
ติดต่อ
106 หมู่ 1 บ้านห้วยขม ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย 57100
โทรศัพท์ : 0-5373-7412-3

3. บริจาคเวลาเพื่อสอนหนังสือผู้ด้อยโอกาส
    การบริจาคอย่างง่าย ไม่ต้องเสียกำลังทรัพย์
และไม่ต้องเสียแรงหอบข้าวของไปบริจาคอีกวิธีหนึ่งก็คือ
การบริจาคเวลาเพื่อนสอนหนังสือให้แก่คนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา
ปัจจุบันนี้มีมูลนิธิหลายแห่งรวมไปถึงสถานที่และสมาคมหลายแห่งที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้และมีใจอยากทำบุญ
ได้สอนหนังสือเพื่อเป็นวิทยาทาน
อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาสังคมการศึกษาให้กับผู้ที่ด้อยการศึกษา
ได้ยกระดับความรู้หรือมีวิชาชีพติดตัวไปประกอบอาชีพได้
เพียงสละเวลาไม่กี่ชั่วโมง
คุณก็สามารถสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับคนอื่นได้ด้วย อย่างเช่น

มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี
ติดต่อ
อาคารร่วมฤดี 3 ชั้น 2
51/2 ซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์ : 0-2255-4172-3
โทรสาร : 0-2253-8493

บ้านครูน้อย
ติดต่อ
319 หมู่ 1 ซอยราษฎร์บูรณะ 26 เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ 10140 เบอร์
โทรศัพท์/โทรสาร : 0-2871-3083

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ  โดยครูประทีป อึ้งทรงธรรม
ติดต่อ
100/771-775 ชุมชนคลองเตยล็อค 6 ถนนอาจณรงค์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ : 0-2249-0953
โทรสาร : 0-2249-2956

ห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
ติดต่อ
85/1-2 ซอยบุญอยู่ ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0-2248–0555 และ 0-2246–3835 ต่อห้องสมุด 200 และ 201
โทรสาร : 0-2248–0556
เปิดทำการ 09.00–17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ

4. บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือพระสงฆ์
    พระพุทธเจ้าเคยตรัสแสดงธรรมไว้ว่า "ผู้ใดดูแลพระอาพาธ
ผู้นั้นเปรียบได้กับได้ดูแลพระพุทธเจ้า"
    และตามหลักพระพุทธศาสนาท่านว่าไว้ว่า
"การทำการกุศลรูปแบบนี้ย่อมส่งผลให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว
โรคที่เป็นอยู่และไม่หายจะทุเลา สุขภาพกายและจิตจะแข็งแรง
อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า
หากเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา"

โรงพยาบาลสงฆ์
ติดต่อ
มูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ 445 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400
โทรศัพท์ : 0-2640-9537, 0-2354-4310, 0-2640-9537

บริจาคผ่านธนาคาร
ธนาคารทหารไทย บัญชีออมทรัพย์ สำนักพหลโยธิน
เลขที่บัญชี 001-2-461-80-2
ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์
1. กรุณาระบุวันที่โอนเงินเข้าบัญชี
2. บอกชื่อและที่อยู่
3. แจ้งวัตถุประสงค์การบริจาค
ส่ง FAX. 0-2644-9779
หรือโทร 0-2354-4278, 0-2354-4293 ติดต่อเจ้าหน้าที่การเงิน

5.บริจาคอาหารเพื่อสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งและสงเคราะห์สัตว์ป่วยหรือพิการ
    สัตว์ต่างๆ ล้วนมีชีวิตและจิตใจเหมือนมนุษย์
เมื่อเวลาที่สัตว์เหล่านั้นเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บก็ต้องการ
การดูแลเอาใจใส่เหมือนมนุษย์เช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้น
หากว่าสัตว์เหล่านั้นเป็นสัตว์จรจัดหรือถูกเจ้าของนำมาปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นภาระของคนอื่นเช่น
สัตว์บางตัวถูกรถชน ถูกทารุณกรรม ป่วย
ก็จะยิ่งต้องการคนดูแลและถึงแม้ในขณะนี้มีกลุ่มคนใจดีคอยให้ความดูแล
คอยอุปการะเลี้ยงดูและพยาบาลสัตว์ที่น่าสงสารเหล่านี้
แต่ดูเหมือนภาระในด้านค่าใช้จ่ายของน้องหมาน้องแมวนับร้อยนับพันตัวก็ยังค่อนข้างเป็นปัญหาหนักอยู่
ฉะนั้นหากใครที่เป็นผู้รักและสงสารชีวิตน้อยๆเหล่านี้ อย่ามัวรีรอ
ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
แถมการยื่นมือเข้าไปช่วยบริจาคสิ่งของในครั้งนี้ยังเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลสัตว์น้อยพวกนี้อีกด้วย

มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
    สิ่งของที่เราสามารถนำไปบริจาคเพื่อสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ได้แก่
ข้าวสาร, แอลกอฮอล์, ผ้าขนหนู, อาหารแห้ง, ใบมีดโกน, ยากันยุงแบบจุด,
ถุงขยะขนาด 16x28 นิ้ว, อาหารเม็ดสำเร็จรูปสุนัข/แมว, เทปพันแผล,
แชมพูอาบน้ำ, เข็มฉีดยาเบอร์ 21/23, น้ำยาทำความสะอาดพื้น,
ยาใส่แผลเบตาดีน, ผ้าพันแผล, น้ำยาล้างจาน, ผงซักฟอก,
ไม้กวาดทางมะพร้าวด้ามยาว, น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอล, แปรงทองเหลือง,
แก๊สหุงต้ม, หนังสือพิมพ์เก่า
ติดต่อ
15/1 หมู่ 1 ซอยพระมหาการุณย์ ถ.ติวานนท์ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
โทรศัพท์ : 0-2584-4896, 0-2961-5625
โทรสาร : 0-2961-5305

เกาะสุนัข พุทธมณฑล
ติดต่อ
โทรศัพท์ : 08-6166-4098 ติดต่อคุณตุ่น

สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย
ติดต่อ
120 อาคารเกษมกิจ ห้อง 301 ชั้น 3 ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพ 10500
โทรศัพท์ : 0-2236-2176
โทรสาร : 0-2266-5104

มูลนิธิเพื่อนช้าง
ติดต่อ
687/2 ถนนรามอินทรา ซอย 32 แยก 10 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 0-2509-1200
โทรสาร : 0-2509-3533

6. บริจาคหนังสือ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับคนที่ขาดโอกาส
    ปัจจุบันหลายฝ่ายต่างรณรงค์ให้คนไทยหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น
เพื่อเป็นการพัฒนาสมอง เปิดโลกทัศน์
แต่ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่ขาดแม้กระทั่งกำลังเงินที่จะนำไปซื้อหนังสือมาอ่าน
ดังนั้นวิธีการหนึ่งของการให้ทาน
โดยแทบจะไม่ต้องควักกระเป๋าซื้อสิ่งของใหม่ๆ คือการ
บริจาคหนังสือมือสองที่คุณอ่านจนเบื่อแล้วนี่ละ ให้กับคนที่ยังขาดสิ่งดีๆ
ในชีวิต เพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการอ่าหนังสือ
และเพิ่มพูนทักษะความรู้ได้ด้วยตนเอง

บริจาคหนังสือให้กับทัณฑสถาน
    นักโทษที่มีชีวิตภายใต้ห้องขังนี้
ยังสามารถมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองได้มากมาย
โดยการอ่านหนังสือในเวลาว่าง เพื่อในอนาคตเมื่อพวกเขาได้รับอิสรภาพออกไป
พวกเขาจะสามารถสร้างประโยชน์และพร้อมที่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ที่ดีและสามารถดำลงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ

มูลนิธิครูสร้างสรรค์
ติดต่อ
33/10 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์  0-2684-1604
โทรสาร : 0-2684-1609

มูลนิธิจันทร์เสี้ยว
ติดต่อ
36 หมู่ 7 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา 95000
โทรศัพท์ : 08-9298-5978  08-6480-4638
โทรสาร : 0-7328-3051

ขอประชาสัมพันธ์ครับ สำหรับผู้ป่วย หรือมีคนใกล้ตัว คนข้างบ้าน                            
 
หรือคนรู้จัก เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย)และ                                    
 
มะเร็งกระเพาะอาหาร จะได้ช่วยกันบอกต่อ...  
                                     
 
แจกยาฟรีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งกระเพาะอาหาร                          
 
โรคร้ายที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมานและคร่าชีวิตผู้คนในอันดับต้นๆ !            
 
ในทุกวันนี้ คงต้องนับรวมมะเร็งเม็ดเลือดขาวและ                                      
 
มะเร็งกระเพาะอาหารไว้ด้วย                                                    
                                                                           
 
โดยผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเลือดนี้          
 
ส่วนใหญ่นอกจากจะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายค่ายาสูงลิบ !          
 
ก็ยังประสบปัญหาเรื่องการทำงานการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัดอย่างยิ่ง ภาวะของโรคจะบั่นทอนลงไปเรื่อยๆ
 
สร้างความหดหู่ทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด                                              
                                                                           
 
ล่าสุด บริษัทยาข้ามชาติโนวาร์ตีส ได้จัดตั้งโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป      
 (GIPAP:Glivec InternationalPatient Assistance Program)
ซึ่งเป็นโครงการให้ความ  
 
ช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง                                                 &! nbsp;        
 ( Chronic Myeloid Leukemia)
ที่มีผลฟิลาเดเฟียโครโมโซม ( philadephia chromosome)                                                              
 
เป็นบวก ผู้ป่วยมีอาการในระยะรุนแรง ของโรค หรือผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดจีสต์
( GIST-Grstro-Intesinal Stromal Tumor) ที่ผ่าตัดไม่ได้ และอยู่ใน  ระยะลุกลาม (มี      
 c-Kill
หรือ CD117 เป็นบวก)
                                                 
 
โดยโครงการจะจัดมอบยาของบริษัทให้แก่ผู้ป่วยโดยไม่คิดมูลค่า รวมทั้งจะ มอบให้ต่อเนื่องจนกว่าจะมี
 
ยาอื่นที่เป็นทางเลือกของผู้ป่วยได้ต่อไป  ! ;
                                           
 
ดร.แดเนียล วาเซลลา ผู้บริหารระดับสูงของโนวาร์ตีส (สหรัฐอเมริกา)                    
 
กล่าวว่าประเทศไทย เป็นหนึ่งใน 80 ประเทศทั่วโลก                                  
 
ที่ได้รับอนุมัติในโครงการดังกล่าว ปัจจุบันจีนพบมีผู้ป่วยมากกว่า 1.8หมื่นราย โดย มีผู้ป่วยจาก  
 
ประเทศไทยประมาณ 800 คนซึ่งนับว่ายังน้อยมาก                                      
            
 
จึงต้องการประชาสัมพันธ์เพื่อผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวอาจจะสนใจเข้าร่วมโครงการ              
 
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งมูลนิธิแมกซ์ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลนานาชาติ                                
 
ในการประเมินและอนุมัติผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับยาฟรีดังกล่าวทั้งนี้ สำนักงานมูลนิธิแมกซ์ ตั้งอยู่ที่ซีแอตเติล
 
ประเทศสหรัฐอเมริกา  ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 โดย " เพโดร ริวาโรลา " ( Pedro Rivarola)                    
 
เพื่อเป็นเกียรติแก่บุตรชาย " แม็กซิมิเลียโน ริวาโรลา " (Maximilliano Rivarola) ซึ่งเสีย  
 
ชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดโลหิตด้วยวัยเพียง 17 ปี                                      
 
สำหรับมูลนิธิแมกซ์ในประเทศไทยได้จัดตั้งมูลนิธิสาขา ได้แก่ แมกซ์! (ประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นผู้ทำ  
 
การพิจารณาอนุมัติอย่างอิสระ
                                                       
 
สำหรับผู้ป่วยที่จะขอความช่วยเหลือจากจีแพปได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้  
                       
 1.
ผู้ป่วยจะต้องได้รับการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง  
 (CML-Chronic Myeloid Leukemia)
หรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร ( GIST)                                            
 
ซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า มีผล CD 117 เป็นบวก                        
 2.
ผู้ป่วยเป็นผู้มีสัญชาติไ! ทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย                              
 3.
ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้                                              
 4.
ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองได้ และไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากที่ใดทั้งสิ้น                                              
                                                                           
 
หากมีคุณสมบัติครบให้ปฏิบัติดังนี้
 1.
แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการรับยาฟรีจากจีแพปกับแพทย์ผู้รักษา                    
 
แพทย์ของท่านจะดำเนินการจัดส่งใบ สมัครในนามของท่านออนไลน์ไปที่                      
 www.themaxfoundation                                                      
 2.
ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง ที่อยู่                                            
 
เบอร์โทรศัพท์และชื่อของแพทย์ผู้รักษา                                              
 3.
ภายหลังจากที่แพท ย์ข! องท่านส่งใบสมัครมาที่มูลนิธิแมกซ์แล้ว                            
 
เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปหาท่านเพื่อนัดสัมภาษณ์                                        
 4.
กรณีที่ได้รับการอนุมัติ มูลนิธิจะแจ้งผลไปยังบริษัท โนวาร์ตีส                            
 (
ประเทศไทย) เพื่อจัดส่งยาผ่านแพทย์ผู้รักษาตัวท่าน                                    
 5.
แพทย์จะเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาผลการอนุมัติให้ท่านทราบเอง                          
         
 
ส่วนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการมี 16 แห่ง คือ                                  
 1.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ                                                      
 2.
โรงพยาบาลรามาธิบดี                                                      
 3.
ศิริราชพยาบาล                                                            
 4.
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์                                  
 5.
โรงพยาบา ลพระมงกุฎเกล้า                                                  
 6.
โรงพยาบาลราชวิถี                                                        
 7.
โรงพยาบาลวชิรพยาบาล                                                    
 8.
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
 9.
โรงพยาบาลตำรวจ                                                        
 10.
โรงพยาบ าลภู มิพล                                                      
 11.
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่                                            
 12.
สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร                            
 13.
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์                                                  
 1 4.
โรงพยาบาลหาดใหญ่  !                                                    
 15.
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และ                                                
 16.
โรงพยาบาลสระบุรี                                                        
                                                                           
                                            
 
ผู้ป่วยหรือมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคดังกล่าว                                            
 
สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนศักดิ์ อุทิศชลานนท์ และบุษกร สนธิกร                
 
หมายเลขโทรศัพท์ 02-439-4600 ต่อ 8202                                        
 
หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ที่ www.gipapthailand.org   หรือ                
 www.themaxfoundation.com                                                  
  http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=magazine&id=148431               

จากมารร้าย กลายเป็นดาราเกาหลี


โอ้ว จอร์จ....มันชั่วมากเลยว่ะ

ที่มา: http://www.tlcthai.com/club/view_topic.php?club=Freeblogdecorate&club_id=1199&table_id=1&cate_id=1132&post_id=12397


ความสุขที่ผู้ชายใฝ่ฝัน

1.มีผู้หญิงสักคนที่คอยดูแลความเรียบร้อย และทำความสะอาดบ้าน
2.มีผู้หญิงสักคนที่ทำให้เราหัวเราะ และอารมณ์ดี
3.มีผู้หญิงสักคนที่สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง และพร้อมเป็นผู้รับฟังยามที่เรามีปัญหา
4.มีผู้หญิงสักคนที่เก่งเรื่องบนเตียง และอยากอยู่กับเราตลอดไป

5.และผู้หญิงทั้ง 4 คนนี้ ต้องไม่รู้จักกัน

Pages:123